วุ่นที่คลาย แต่ไม่วายวุ่นต่อ
เพิ่งเสร็จภาระกิจการเข้าเล่มงานวิจัยทั้งสองชิ้น เมื่อซักครู่นี้
หลังจากที่ตรากตรำทำกันมาแรมสัปดาห์
วันหยุด 3 วัน ก็ใช่ว่าจะได้พักผ่อน นอนอารมณ์
แต่ยังคงปั่นงานอย่าง หัวไม่วาง หางไม่เว้น (มีหางด้วยเหรอเรา)
ระหว่างทำงาน ยังได้ดู ละครย้อนหลัง สูตรเสน่หา
ที่ถูกส่งมาจากความใจดีของเจ้าแอ๊ะ
ขอบใจหลาย ๆ อลิน กับ นายดิน
ทำให้พี่หัวเราะเสียงดัง และแอบอมยิ้มคนเดียว
แถมยังไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ดู ตอนพระเอกจะจูบนางเหมือน
ผิดกับตอนที่นั่งดูกับพ่อ กับแม่ ... เขินชะมัด
ฮ่า ๆๆๆๆ
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดูเลย
กะว่า เป็นไท เมื่อใด เราเล่นท่านแน่ ...
ไม่ได้อัพไดอารี่ ประหนึ่งห่างหาย คล้ายจะห่างหนี
เปล่าหรอกค่ะ... มันปั่นงานร้อน จานด่วนจนไม่มี 'รมณ์ ศิลปิน จะเขียนได้
เสร็จภาระงานตัวเอง ที่ยังไม่เสร็จซะทีเดียว
เพราะเสาร์นี้ ต้องทำภาระกิจ จัดนิทรรศการและมีสัมมนา
ของวิชาที่เรียนเป็นงานจบหลักสูตรด้วย
ในขณะที่ 4-5 มีนา มีติวนักศึกษาเพื่อสอบมาตรฐานวิชาชีพ
และเตรียมทำบอร์ดนิทรรศการงานสัมมนา ที่ว่า
6 มีนา ภาคเช้า มีงานรับประกาศนียบัตร ที่โรงแรม ของเด็ก ๆ ที่จบรุ่นนี้
ตอนบ่าย ต้องวิ่งโร่ ไปจัดสัมมนาของตนเองต่อที่มหาลัยฯ
7 มีนา มีงานสัมมนาต่ออีกทั้งวัน
ประเทศชาติ! .. มันช่างเป็นงานที่สร้างความกระตือรือร้นให้กับสมอง และชีวิตเหลือเกิน
ในขณะที่วันนี้งานทำคะแนนยังไม่เสร็จ
สอนไปสองวิชา ...
วันที่ 9 มีนา ต้องทำจัดทำใบรายงานผลการเรียนนักเรียนอีก
เอาเล้ย ... มาเล้ยย... เอาให้ผอม (ทำได้เหรอ?)
เพราะฉะนั้น ... (จะสรุปแล้วนะ รีบไปทำงานต่อ)
หายไปอีกหลายสัปดาห์ ก็คงไม่ต้องแคลงใจ
(เอ๊ะ มีใครคิดถึงเรามั่งมั้ยเนี้ย)
ฝากบทความให้อ่านแล้วคิดไป เผื่อจะได้เรียกสติกลับคืนมา
กับบทความการขอพรอย่างปัญญาชน ของ ท่าน ว.วชิรเมธี
--------------------------------------------------------------------------------------------
1.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าหลงผิดคิดไปว่าลำพังการขอเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ
2.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าละเลยการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ
3.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าประมาทขาดสติในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
4.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการเป็นคนคดในข้องอในกระดูก ตลบตะแลงปลิ้นปล้อนลื่นไหลเฉกเช่นศรีธนญชัย
5.ขอ ให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นนักจับผิดมองโลกแต่ในแง่ร้าย เห็นแต่ด้านที่เลวทรามต่ำช้าของมนุษยชาติผู้มีทั้งความดีงามและความผิดพลาด ในชีวิตเป็นธรรมดา
6.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนมองไม่เห็นหัวคนอื่นรวมทั้งส่วนรวม
7.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการประพฤติทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงหลอกลวงประชาชนในทุกรูปแบบ
8.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนละโมบโลภมากในยศ ทรัพย์ อำนาจ ชื่อเสียง กามารมณ์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
9.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเกิดมาเสียเวลาเปล่าโดยไม่เคยประทับรอยแห่งความดีงามฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง
10.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนลืมตัว หลงผิด คิดว่าตนเก่ง ตนดีอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครคอยช่วยเหลือเกื้อกูล
11.ขอ ให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการขุดคุ้ย แคะไค้ ฟื้นฝอยความหลังอันเจ็บปวด ปมด้อยอันขมขื่น ความผิดพลาดอันน่าละอายของคนอื่นขึ้นมานินทา บอกเล่าให้เขาได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ
12.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นมนุษย์บ้างานที่เห็นงานสำคัญที่สุดในชีวิตจนทอดทิ้งการดูแลสุขภาพ สถาบันครอบครัว และความรับผิดชอบทางสังคม
13.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเลือกคบคนผิด ติดจมอยู่ในหมู่คนเลว คนถ่อย คนทราม คนช่างประจบสอพลอผู้เป็นศัตรูแต่แฝงตัวมาในร่างของมิตร
14.ขอ ให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนเนรคุณบุพการีผู้มีพระคุณอย่างมารดร บิดา ปู่ ย่า ตา ยาย และกัลยาณมิตรผู้เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือเกื้อกูลให้ในยามตกยาก
15.ขอ ให้ข้าพเจ้าอย่าเหยียบย่ำซ้ำเติมคนที่กำลังตกต่ำ อย่าริษยาคนที่กำลังรุ่งโรจน์ อย่าเย็นชาต่อผู้ที่ตกอยู่ท่ามกลางหายนภัยในรูปแบบต่างๆ
16.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าสูญเสียสามัญสำนึกซึ่งเป็นเหตุให้ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่กลัวกฎแห่งกรรม และนิยมเหยียบย่ำกฎหมาย
17.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนก้าวร้าว รุนแรง อหังการ หยาบกระด้าง สร้างแต่ความระคายเคืองให้คนอื่น
18.ขอให้ข้าพเจ้าอย่ากลัว อย่าหงอต่อคนชั่ว ต่อคนถ่อย ต่อคนบ้า ต่อความอยุติธรรมที่กำลังครอบงำประชาชนและยุคสมัย
19.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าดูถูกตนเองว่าเป็นคนที่ต่ำต้อยด้อยค่า อันนำมาซึ่งความหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาชีวิต
20.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าถูกมอมเมาปั่นหัวให้ต้องลุกขึ้นมาทำสงครามกลางเมืองระหว่างพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันเอง

ผอม ๆๆๆ ตอนนี้หนูก็มากมายไปและ
บั้นท้ายมากมายไปแล้วอ่าาาา T^T
ฉากกุ๊กกิ๊กดูได้คนเดียว ๕๕๕
สู้ๆ
ตารางงานเยอะมาก รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
จะได้ผอม คิคิ
กัวจะเครียดแระกินเยอะ
เหมือนปิ๊กกี้อ่า ฮ่าๆๆๆๆๆ
ชอบท่านว.มาก
ปิ๊กกี้
ถ้าเป็นได้ ขอคนเเรกเลยคะ อิอิ
และทำความเข้าใจมากพอ ถึงทำให้เกิดวันแบบนี้
ขึ้นอีกครั้ง-*-
จะเจ็ดปีแล้วอุ๊ดเอ้ยที่เรารู้จักกัน
ไม่มีใครลืมอุ๊ดได้หรอก แม้แต่ใครบางคน
พี่เชื่ออย่างนั้น
แต่คนเรามีเหตุผลไม่เหมือนกัน
ถ้าคิดว่ามีใครบางคนลืมเราแล้วเจ็บปวด
กว่าการห่างหาย เราก็ไม่มีเหตุผลจะคิดแบบนั้น
รู้ไหมตั้งแต่พี่เจอบีกับแอ๊ะ
ตั้งแต่ยังเพิ่งเริ่มต้นทำงาน เจ้าแอ๊ะยังเรียนมัธยม
จนถึงวันนี้ ไม่ว่าวันไหน เด็กสองคนในสายตาของพี่
ยังคงเป็นเด็กสองคน ที่ตัวเล็กเท่าเดิม
แม้ว่าหัวใจจะใหญ่โตขึ้น ไม่ว่าจะจากการเรียน
หน้าที่การงาน หรือประสบการณ์ที่ผ่านไป
น้องก็ยังคงเป็นน้องเสมอแม้ว่าเราไม่ได้พบเจอกันเลย
หรือไม่ได้ยินเสียงกันอีก แบบครั้งหนึ่งที่เราระล่ำระลัก
คุยกัน พี่ยังขำเสียงตื่นเต้นของบีตอนได้ยินเสียงพี่ได้เลย
ลูบหัวๆๆๆ อ่ะ ดึงตัวเข้ามากอดด้วย ;')
:)