ฉันกับกล่องความทรงจำ

กว่าสองชั่วโมง ที่ฉันนั่งอยู่ในมุมเล็กๆ กับกล่องเก็บความทรงจำของฉัน
กล่อง ที่ฉันเก็บทุกสิ่ง ที่เป็นกุญแจพาฉันไปยังทุก ๆ ที่ที่ฉันเคยไป
ทุก ๆ อย่างที่ฉันได้รับ .. แม้จะเป็นแค่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ แต่มีค่ามากมายสำหรับฉันเสมอ

สิ่งแรกที่ฉันพบเจอ เป็นไปรษณียบัตรหน้าตาธรรมดา ไร้ซึ่งภาพสวยอย่างใบอื่น
แต่ฉันได้พบกับลายมือที่ยุกยิก ที่ฉันไม่เคยเบื่อเลยที่จะได้อ่าน ...
โปรณณียบัตรใบนี้ เขียนอวยพรวันเกิดให้ฉัน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา...

พบไปรณียบัตรหน้าตาคล้ายกัน จากลายมือที่เหมือนกัน 3 ฉบับ ที่เขียนต่างวันและเวลา ผู้เขียนบอกเล่าความเป็นไปของตัวเองในเวลานั้น ... อ่านอีกกี่ครั้ง ฉันก็เหมือนได้เห็นเรื่องราวของผู้เขียนในวันที่ที่ระบุไว้ในไปรษณียบัตรสีขาวใบนั้น


ฉันหยิบสิ่งต่อไปเป็นตั๋วมากมายที่ฉันเก็บไว้ด้วยกัน บัตรใบยาว ที่ระบุสถานที่และค่าผ่านประตูเพียง 10 บาท ของวัดราชบูรณะ , วัดพระศรีสรรเพรชญ และราชวังโบราณ , พิพิธพัณฑ์ฯเจ้าสามพระยา ... ทั้ง 3 ใบประทับวันที่ไว้ 9 กรกฎาคม 2549 ... ตั๋วใบเล็กที่ได้จากการนั่งรถรางรอบเมืองอยุธยา ที่เห็นแล้วก็เหมือนฉันได้กลับไปเที่ยวอยุธยาอีกหน .. ภาพมากมายผุดขึ้นแบบชัดเจน ทั้งแสงแดด รอยยิ้ม และสิ่งมากมายที่ฉันไม่ต้องใช้เวลานึกคิดมากมายเลย

ตั๋วรถไฟ ไป-กลับ 2 ใบ ที่ระบุชัดเจน ทั้งวันและเวลา ..
ตั๋วขาไป ทำเอาฉันเห็นแล้วนึกถึงข้าวกล่อง 2 กล่อง .. เห็นภาพคนอีกคนสละที่ให้ฉันนั่ง แล้วตัวเองยอมยืนโหนเป็นลูกลิง ..
ตั๋วขากลับ ทำฉันยิ้มยิ่งกว่าตั๋วใบแรก ร่องรอยปากกาจากลายมือของฉันระบุไว้ว่า "ตั๋วขากลับ ที่ต้องวิ่งตามรถไฟ" ฉันยิ้มให้กับภาพตัวเองที่วิ่งตามคนตัวเล็กที่วิ่งนำหน้าพร้อมกระเป๋าใบที่ตัวเองถือตลอดทริป ไม่มีคำพูดใด ๆ ตอนเขาวิ่งนำหน้าฉัน .. ได้แต่เห็นหลังไว ๆ แล้วฉันก็วิ่งตามเขาขึ้นรถไฟอย่างที่ไม่ต้องมีคำถามอะไร รู้เพียงวิ่งตามให้ทันก็พอ ...

โปสการ์ดที่มีภาพสถานที่ของกรุงเก่า ...ด้านหลังยังว่างเปล่า ไร้สิ่งการขีดเขียน เป็นใบที่ฉันซื้อจากการเยือนวัดราชบูรณะ .. เห็นภาพแล้ว ทำเอาฉันนึกถึงตอนที่ตนเองเป็นคนหลังกล้อง .. เห็นคนนั่งเขียนไดอารี่ใต้ต้นไม้ ..แล้วส่งไดอารี่เล่มนั้นให้ฉันเขียน ..พอฉันจรดปากกาได้สองสามตัว .. อีกคนถือกระเป๋าแล้วเดินนำไปเฉย ๆ แถมหันมาบอกว่า เขียนไปก่อนนะ พี่ไปล่ะ ... แล้วฉันจะนั่งให้ผีหลอกเหรอ .. หอบของพรุงพรัง วิ่งตามอีกคนอย่างไม่ต้องส่งเสียงถามเลย ...

ใบเสร็จร้านอาหาร 3 ใบ ...ใบแรกระบุชื่อร้าน "BuaBaan" ผลิกดูด้านหลังที่ได้เห็นร่องรอยฉันระบุไว้อย่างละเอียด .. กุ้งสองตัวในชามเล็ก ๆ กับภาพคนนั่งฝั่งตรงกันข้ามกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมข้าวจานครึ่ง (อีกครึ่งหนึ่งของฉันที่สละให้)
อีก 2 ใบถัดไประบุชื่อร้าน "CHESTER'S Zeer Rangsit"  ใบที่ระบุเมนูต่างกัน ภาพคนที่นั่งข้างๆ กินเมนูตรงหน้าด้วยมือทั้งสองอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนเดิม แต่ฉันกลับทำนู่นนี่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาที่อีกคนพกมาด้วย ..หันไปอีกที อาหารในจานหายเกือบเกลี้ยง ... ดีนะที่ยังคว้ามาได้สองสามชิ้น แต่โจรที่นั่งกินสิ นิ้วทั้งสิบมีหลักฐานมัดแน่นเชียว ...

จดหมายสองสีฟ้า 2 ซอง แต่มีจดหมายบรรจุหลายฉบับ .. ซองสีฟ้าแรก ระบุวันที่ตรงประทับตราว่า "23 02 2006" ฉันหยิบมาเปิดอ่าน ได้เห็นลายมือที่เหมือนหนอนขดกันไปมา แต่ฉันสามารถอ่านได้สบายมาก อาจเพราะฉันก็เป็นหนอนด้วยล่ะมั้ง .. จึงไม่ยากกับการได้อ่านตัวหนังสือเหล่านั้น .. รอยปากกาที่บอกเล่าความเป็นไปของผู้เขียนในวันที่ระบุไว้บนหัวจดหมาย .. ดีใจที่ได้อ่านหยิบมาอ่านเสมอ ..ดีใจที่ได้อ่านคำลงท้าย ..
"คิดถึงหนอนอ้วนนะครับ .. รักษาสัญญาด้วยนะครับ"
จดหมายสองสีฟ้าอีกซอง .. ที่มีจดหมายบรรจุอยู่ 3 ฉบับ .. ยังคงบอกเรื่องราวของคนเขียนในวันที่เป็นไปของการบอกไว้ ณ บรรทัดแรก .. สายตาของฉันกวาดอ่านตัวหนังสือเหล่านั้นอย่างละเอียด ยังนึกขอบคุณน้ำหมึกที่ยังคงสภาพให้ฉันได้มีตัวหนังสืออ่านในคืนนี้ .. ได้อ่าน  ได้ยิ้ม และมีน้ำตา ..จดหมายซองสีฟ้า ทำฉันหันมองไดอารี่ 3 เล่มที่เรียงตัวกันบนช่องเล็ก ๆ ตรงหัวเตียงของฉัน .. 1 ใน 3 ฉบับ บอกเล่าว่า เลือกสมุดสีฟ้า เพราะเห็นแล้ว "คิดถึงน้องสาว" .. ขอบคุณคนส่งให้อีกหน .. ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพดีไม่มีแยกจากกัน ..

ฉันพบซองขนม Mr. Bun ที่แค่ฉันได้ใช้สายตาสัมผัสซองกระดาษใบนี้ .. แต่ฉันยังคงจดจำรสชาติที่ได้ลิ้มชิมครั้งแรกได้อย่างไม่ลืมเลือน ..แต่ที่ไม่มีวันลืมและเป็นสาเหตุให้ฉันเก็บซองนี้ไว้ คือ วีรกรรมของอีกคนที่ทำฉันจดจำ ว่า การกินขนมปัง Mr.Bun ครั้งแรกนี้ ... ฉันกินได้กินไม่เต็มลูก ...

ฉันพบกระดาษแข็ง ๆ ใบเล็ก ที่มีตัวหนังสือจากเครื่องบันทึกอะไรซักอย่าง ที่ใช้ตีพิมพ์อักษรและเลือนลางไม่ชัดเจนว่า "Ice Age2"  E 13 เวลา 13:10 วันที่ 15/04/06 " พร้อมลายมือของคนที่นั่งเก้าอี้ตัวถัดไป ..ที่ระบุชื่อ พร้อมอักขระที่ฉันไม่เข้าใจความหมาย ..ได้รู้ในภายหลัง ซึ่งแปลว่า "ด้วยกัน" ... แม้ตัวหนังสือที่ถูกตีพิมพ์จากเครื่องอะไรซักอย่างนั่นจะไม่ชัดเจน .. แต่ความทรงจำของการได้ดูหนังครั้งนั้นแจ่มชัดเสมอ แค่เพียงฉันนิ่งแล้วนึกถึง .. ยังได้ขำกับมุข " I Belive I can fly  " ที่ฉันกับคนที่นั่งเก้าอี้ตัวถัดไป ลงมติเห็นพ้องกันว่า ถ้าได้ดูเวอร์ชั่นภาคภาษาไทย มุขนี้อาจไม่ทำเราทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันก็ได้ ...

ใบเสร็จรับเงินใบเล็กๆ อีกใบ ที่ระบุชื่อร้าน พิซซ่า ... เห็นแล้วทำให้นึกถึง ถ้วยสลัดบาร์ใบเล็กกระจิดริด .. แต่มีคนเก่งสามารถจัดเรียงทุกสิ่งลงในถ้วยนั้นได้อย่างแน่นทุกอณู .. เมื่อเทใส่จานอีกใบกลับทำให้คนสองคนกินไม่หมด .. พิซซ่าหน้าแปลก ๆ ..แต่ฉันยังจำได้อีกว่า หั่นเป็นชิ้นเล็ก แต่กลับโดนโจรที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามขโมยกินหน้าตาเฉย .. แถมหัวเราะเริงร่าว่า สบายจริงมีคนหั่นให้กิน ...

เห็นตั๋วรถทัวร์ขากลับที่ระบุไว้ว่า วันที่ 15/06/06 ฉันเห็นตัวเองกำลังก้าวเท้าขึ้นรถทัวร์ แต่ยังได้เห็นใครอีกคนยืนส่งฉัน แม้สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นจะดูวุ่นวาย แต่ฉันเห็นเขาชัดเจนเสมอ .. ยังจำได้ว่า มี sms ส่งเข้ามายังมือถือของฉันในขณะที่ล้อกำลังเคลื่อน รถกำลังเปลี่ยนตำแหน่ง ข้อความกล่าวขอบคุณสำหรับวันนี้ และยังบอกให้ดูแลตัวเองดี ๆ

รื้อค้นต่อ เจอโปสการ์ดจำนวนหนึ่งที่ได้รับจากมิตรภาพของโลกออนไลน์ .. ขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้ฉันได้รู้จักพวกคุณ .. ขอบคุณ

อยู่ลึกที่สุดของกล่องใบนี้ คือ จดหมายที่ไม่มีวันถึงผู้รับ 2 ฉบับ .. ฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 31 May 2000 อ่านแล้วฉันเห็นภาพเด็กผู้หญิง ที่เฝ้ารอการติดต่อของพี่ชายที่อยู่แสนไกล .. หลังจากได้รับอีเมลล์ที่ระยะหลังนั้น ดูจะห่างหายจาก
ตู้ไปรษณีอิเลคทรอนิก .. เธอหยิบกระดาษขึ้นมาบอกเล่าแทนการพิมพ์ตัวอักษรกลับไป .. เนื้อยังคงบอกเล่า ถึงความเข้าใจในการห่างหายของพี่ชาย .. ยังคงมีความห่วงใยที่แนบชิดกับตัวหนังสือเหล่านั้น .. นอกเหนือจากนั้นคงเป็นเรื่องเล่าของการเป็นรุ่นพี่ที่เพิ่งสัมผัสได้เพียงอาทิตย์เดียว .. ย่อหน้าสุดท้ายก่อนจบจดหมายยังคงเป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้ย่อหน้าแรก .. ห่วงพี่ชายคนไกลที่ต้องทำงานหนัก ยังคงบอกอีกหนว่า เข้าใจในการห่างหาย ยังคงบอกให้อีกฝ่ายรักษาสัญญาได้ไหม? ว่างเมื่อไหร่ติดต่อมานะ ..ยังคงบอกสุดท้าย ..
"พี่อย่าลืมเค้านะ" ...ปล.ตอนท้าย ทำเอาฉันรู้ว่า เธอยังคงป่วยได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นหวัดเสียงแห้ง แต่ยังบอกแบบอ้อนว่า ตนน่าสงสารเนอะ ..แม้จะไม่เสียง หากพี่ชายโทรหา ..เธอจะรวบรวมเสียงทั้งหมดที่มี พูดคุยได้อย่างไม่ต้องเป็นห่วง ... คำลงท้ายจดหมายฉบับนี้ ยังคงเป็นตัวหนังสือที่คุ้นเคย ... ไม่ลืมเลือน ....

จดหมายอีกฉบับ ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2547 .. วันที่ 4 ปีจะมีหนึ่งครั้ง .. เรื่องราวในระหว่าง ที่พี่ชายสบัดมือหนี .. ทิ้งฉันไว้กลางทาง .. แต่ทุกอย่างยังคงต้องดำเนินไป .. ฉันเรียนจบในวิชาที่ฉันไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่า ทำได้ .. ฉันทำงานในสิ่งที่ฉันชอบ .. การบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่ห่างหาย จนถึงความรู้สึกที่ยังเหมือนเก่า หรือแม้แต่ความห่วงใยที่ยังคงห่วงได้เหมือนเก่า มีเพียงบางสิ่งที่ไม่แน่ใจว่ายังเหมือนเก่าหรือไม่ คือ ฉันยังคงเป็นน้องสาวตัวแสบของเขาอีกหรือไม่?


สุดท้าย จดหมายทั้งสองฉบับก็คงถูกเก็บไว้ส่วนที่ลึกของกล่องตามเดิม ...
แต่กระดาษใบเล็ก ๆ ที่คว่ำหน้าทำฉันสงสัยว่า อีกด้านหนึ่งคืออะไร .. พลิกกระดาษใบหน้า ทำฉันน้ำตาไหลอีกหน .. ภาพอีกคนยิ้ม .. ภาพเดียวที่ฉันมี ภาพเดียวที่ทำให้ฉันได้มองเห็นหน้าอีกครั้ง .. ทั้ง ๆ ที่ภาพใบหน้านี้ดูจะเลือนลางที่สุด ต่างจากอีเมลล์หรือน้ำเสียงที่นาน ๆ จะได้ยินสักหน ..สิ่งเหล่านั้นยังชัดเจนกว่าใบหน้านี้เสียอีก ...

ฉันจัดเรียงทุกสิ่งไว้เป็นหมวดหมู่ พร้อมปิดกล่องความทรงจำนี้พร้อมหยดน้ำตา ..
น้ำตาที่บอกว่า ตนเองโชคดีแค่ไหนที่มีสิ่งเหล่านี้ในช่วงชีวิตหนึ่ง ..
น้ำตาที่บอกว่า บุคคลร่วมความทรงจำ .. เขาจะจำสิ่งที่เหล่านี้ได้ไหม?
น้ำตาที่บอกว่า ไม่ว่าจะกี่ปี ... ทุกสิ่งในนี้ ฉันคงถูกเก็บไว้อีกที่ .. ที่นี่ .. ที่ใจฉัน

ฉันเก็บสิ่งนี้เข้าที่ ..
ที่ที่ว่าคือ ซอกเล็ก ๆ ณ ตำแหน่งเหนือศรีษะของฉัน ที่หัวเตียง
ที่ที่ฉันหันไปก็เห็น....
เจ้าแบร์ออกัส ยิ้มให้ฉันเสมอ ..แม้ว่ากดนิ้วก้อยด้านซ้าย จะไม่ใช่เสียงคนใจดีที่ส่งให้ .. เพราะความซื่อไม่เคยมีสิ่งนี้ เผลอกดอีกปุ่มลบทิ้งไปเสียเฉย ๆ
แม้ฉันจะได้ยินเสียงนั้น เสียงร้องอวยพรสั้น ๆ จากพี่ใจดี แค่ 3 ครั้ง
แต่ฉันก็ยังจำได้ .. และยังได้ยิ้ม .. แม้เสียงนั้นจะไม่ชัดเจนก็ตาม ..
เจ้าแบร์ออกัส หมีน้อยตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างฉันในยามที่หลับ .. มันยังยิ้มให้ฉันทุกครั้งที่สายตาหันไปมอง  ไม่ว่า สายที่หันไปหามันจะเศร้า จะสุข ทุกข์ หรือมีน้ำตา ... แต่สิ่งที่ได้กลับมา ก็ยังคงเป็นรอยยิ้มกว้าง ๆ ของมันอยู่ดี

เอี้อมสายตาไกลอีกนิด .. ยังได้เห็นรอยยิ้มกว้าง ๆ ของเจ้าม่อน ..ที่ยังคงยิ้มให้ฉันทุกครั้งตราบที่สายตาคู่นี้หันไปเจอ .. ขอบคุณสหายทั้งสอง .. ที่ไม่ว่า ฉันจะงอแงแค่ไหน เธอยังคงยิ้มให้ฉันได้ทุกครั้งไม่เปลี่ยนแปลง

หนังสือ 2 เล่ม ไดอารี่ 3 เล่ม ถูกจัดเรียงตามลำดับไหล่ ใครสูงอยู่ใน ใครเตี้ยอยู่นอก...ทุกสิ่งยังอยู่ในสภาพดีไม่มีสิ่งใดเสียหาย

 

ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง ...
ขอบคุณที่ทำให้ฉันมีสิ่งมากมายในหัวใจดวงนี้

 



 

บางคราวยังเหมือนว่าเธออยู่ตรงนี้
เรื่องราวที่ดีก็ยังฝังใจ
บางความทรงจำเก่าเก่า
ก็ยังงดงามไม่คลาย
กระจ่างอยู่ข้างใน
เมื่อไรที่คิดขึ้นมา

บางทียังคิดว่าเธออยู่ที่ไหน
แล้วเคยหรือไม่ที่คิดเหมือนกัน
คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ แล้วยังทบทวนถึงมัน
สิ่งดีๆ กับคืนและวันของฉันและเธอ

และยังคงยิ้ม ยิ้ม ทั้งน้ำตา
ที่ผ่านไปแล้วไม่หวนคืนมาก็ไม่เสียดาย
แค่เพียงคิดถึงว่าเคยได้มี บางครั้งก็ยังชื่นใจ
แม้จะมีเก็บไว้แค่ความทรงจำ

อยากเก็บเอาไว้แค่เพียงสิ่งดีๆ
ถึงวันนี้มีแต่ความเหงาใจ
ถึงแม้ว่าเราจะห่าง แยกคนละทางที่ไป
ก็เป็นเพียงแค่ความสุขใจ เมื่อคิดถึงเธอ

และยังคงยิ้ม ยิ้ม ทั้งน้ำตา
ที่ผ่านไปแล้วไม่หวนคืนมาก็ไม่เสียดาย
แค่เพียงคิดถึงว่าเคยได้มี บางครั้งก็ยังชื่นใจ
แม้จะมีเก็บไว้แค่ความทรงจำ

อยากเก็บเอาไว้แค่เพียงสิ่งดีๆ
ถึงวันนี้มีแต่ความเหงาใจ
มีเพียงบางครั้งที่อาจจะยังสงสัย
ว่าเธอเองจะเคยบ้างไหมที่คิดเหมือนกัน
ว่าเธอเองจะเคยบ้างไหมที่คิดเหมือนกัน


we are in diaryis.com family | developed by 7republic